โรคอารมณ์สองขั้ว Bipolar Disease

Bipolar Disorder

สาเหตุของโรคไบโพล่าร์

เกิดได้จากหลายสาเหตุ อาทิ พันธุกรรมที่ผิดปกติทั้งที่เกิดจากการถ่ายทอดจากบรรพบุรุษและเกิดใหม่ช่วงเป็นทารกในครรภ์ เนื่องจากพบว่าผู้ที่มีบุคคลในครอบครัวป่วยด้วยโรคนี้หรือโรคทางจิตเวชอื่นๆ จะมีโอกาสเป็นโรคไบโพลาร์มากกว่าคนทั่วไป

อาการทั่วไปของโรคไบโพล่าร์

เป็นความผิดปกติทางอารมณ์อย่างหนึ่ง ซึ่งผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้จะมีลักษณะอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปมา ระหว่างอารมณ์ซึมเศร้า (major depressive episode) สลับกับช่วงที่อารมณ์ดีมากกว่าปกติ (mania หรือ hypomania) โดยอาการในแต่ละช่วงอาจเป็นอยู่นานเป็นสัปดาห์ หรือหลาย ๆ เดือนก็ได้

 

ซึ่งอาการเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของผู้ป่วยทั้งในด้านการงาน การประกอบอาชีพ ความสัมพันธ์กับบุคคลอื่น และการดูแลตนเองอย่างมาก ทำให้ไม่สามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นปกติ

 

Bipolar disorder อาจแบ่งกลุ่มกว้าง ๆ ออกได้เป็น

  1. Bipolar I disorder คือ มีอาการเมเนีย สลับกับช่วงซึมเศร้า หรืออาจมีอาการเมเนียเพียงอย่างเดียวก็ได้

  2. Bipolar II disorder คือ มีอาการซึมเศร้า สลับกับช่วงไฮโปเมเนีย (hypomania)

พบว่าความชุกชั่วชีวิตของ bipolar disorder นี้โดยรวมที่สำรวจในประชากรทั่วไป พบได้สูงถึงร้อยละ 1.5 -5 ซึ่งอัตราการเกิดโรคครั้งแรกพบบ่อยที่สุดที่ช่วงอายุ 15-19 ปี และรองลงมา คือ อายุ 20-24 ปี โดยกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยจะมีอาการครั้งแรกก่อนอายุ 20 ปี

 

นอกจากนี้ bipolar disorder ถือเป็นโรคที่มีการดำเนินโรคในระยะยาวเรื้อรัง และเป็นโรคที่มีโอกาสกลับเป็นซ้ำได้สูง ประมาณ 70-90%

แนวทางการรักษาโรคไบโพล่าร์ด้วยเครื่องกระตุ้นสมอง Deep TMS

 

Deep TMS เป็นการเหนี่ยวนำให้เกิดสนามแม่เหล็กไฟฟ้าในหมวกแล้วส่งคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าคล้ายเครื่องMRI ผ่านกระโหลกศรีษะไปยังตำแหน่งของสมองที่ต้องการปรับการทำงาน สนามแม่เหล็กจะเหนี่ยวนำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ประสาทในบริเวณนั้น ในผู้ป่วยโรคไบโพล่าร์พบว่ามีการทำงานของสมองส่วนหน้าทางซีกซ้ายน้อยกว่าปกติและทางซีกขวามากกว่าปกติ ซึ่งการรักษาด้วยเครื่อง Deep TMS จะช่วยปรับการทำงานของสมองให้เข้าสู่ภาวะปกติได้

การรักษาด้วย Deep TMS ใช้เวลาเพียง 15-20นาที วันละ 1 ครั้งโดยในช่วง Acute Phase หรือ 1 เดือนแรกควรทำต่อเนื่อง 5 ครั้งต่อสัปดาห์ ส่วนใหญ่หลังทำครั้งที่ 5 อาการจะดีขึ้น จากนั้นแพทย์จะประเมินว่าต้องทำอีกกี่ครั้งและทิ้งระยะห่างอย่างไร โดยรวมจะทำทั้งหมด 20 ครั้ง แต่หากหายจากโรคก่อนก็หยุดการรักษาได้เลย ในกรณีที่จบคอร์สแล้วยังมีช่วงที่อาการไม่นิ่งอยู่บ้าง แพทย์อาจนัดมากระตุ้นเดือนละ 1-2 ครั้งเพื่อให้อาการคงที่ต่อเนื่อง 

โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน, ศูนย์ LET'S TALK

คลินิกแพทย์สมรักษ์, ซอยจันทน์ 37/1

Tel: 02-271-7244

Tel: 093-808-2526

  • line-at-logo-png-8
  • Facebook
  • YouTube